รังสีแตกตัว

รังสีคือพลังงานที่แพร่กระจายออกจากแหล่งกำเนิด อาจเป็นคลื่นหรืออนุภาค และมีทั้งที่อันตรายและไม่อันตราย ขึ้นอยู่กับประเภทและความแรงของพลังงานนั้น

รังสีแตกตัว คืออะไร

รังสีแตกตัว (Ionizing Radiation) คือ รังสีที่มีพลังงานสูงมากพอจะทำให้อะตอมหรือโมเลกุลเกิดการ “แตกตัว” หรือ “แตกไอออน” ซึ่งหมายถึงการสูญเสียหรือได้รับอิเล็กตรอนเพิ่ม ส่งผลให้เกิดอนุภาคประจุในเนื้อเยื่อของร่างกาย

ชนิดของรังสีแตกตัวหลัก ๆ ได้แก่:

  • รังสีแอลฟา (α)   แรงแต่ทะลุผ่านได้น้อย
  • รังสีบีตา (β)   ทะลุผ่านผิวหนังได้เล็กน้อย
  • รังสีแกมมา (γ) และ รังสีเอกซ์ (X-ray)   ทะลุผ่านได้ลึกถึงอวัยวะภายใน
  • นิวตรอน (Neutron Radiation)  พบในกระบวนการนิวเคลียร์

อันตรายของรังสีแตกตัวต่อสุขภาพ

การได้รับรังสีแตกตัวสามารถส่งผลต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้:

อาการระยะสั้น (Acute Exposure)

  • คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย
  • ผิวหนังไหม้
  • เม็ดเลือดขาวลดลง เสี่ยงติดเชื้อ
  • อาจเสียชีวิตหากรับรังสีในปริมาณสูงมาก

อาการระยะยาว (Chronic Exposure)

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
  • มะเร็งอวัยวะต่าง ๆ (ไทรอยด์ ปอด ฯลฯ)
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม

มาตรฐานรังสีแตกตัวในประเทศไทย

ประเทศไทยใช้มาตรฐานจาก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (OAP) ตามข้อกำหนดของ IAEA (International Atomic Energy Agency)

ประเภทบุคคล

ปริมาณรังสีที่ได้รับได้สูงสุด (mSv/ปี)

บุคลากรทางรังสี (Occupational)

20 mSv (เฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 100 mSv)

ประชาชนทั่วไป

1 mSv

mSv = มิลลิซีเวิร์ต คือหน่วยวัดปริมาณรังสีที่ร่างกายดูดซับ

เครื่องมือวัดรังสีแตกตัว

  1. Geiger-Müller Counter (GM Counter)
    • วัดปริมาณรังสีแบบเรียลไทม์
    • ตรวจจับรังสีแกมมา เบตา และบางรุ่นจับรังสีอัลฟาได้
  2. Dosimeter (ฟิล์มแบจ, เทอร์โมลูมิเนสเซนต์, Electronic)
    • วัดรังสีสะสมที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับในช่วงเวลาหนึ่ง
    • มักติดที่ตัวพนักงาน
  3. Ionization Chamber
    • ความแม่นยำสูง ใช้ในห้องปฏิบัติการหรือโรงพยาบาล

New Arrivals

Shop now

Summer Trends

Shop now

Accessoires

Shop now

วิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีแตกตัว

หลักการควบคุมรังสีเรียกว่า ALARA (As Low As Reasonably Achievable) โดยลดการได้รับรังสีให้ต่ำที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ผ่านแนวทางหลัก 3 ประการ:

เวลา (Time)

    • ลดเวลาสัมผัสรังสีให้น้อยที่สุด

ระยะทาง (Distance):

    • อยู่ห่างจากแหล่งรังสีให้มากที่สุด

การป้องกัน (Shielding):

ใช้วัสดุป้องกันรังสี เช่น:

    •  ตะกั่ว (สำหรับรังสี X และ γ)
    •  แผ่นอะคริลิก (สำหรับรังสี β)
    •  น้ำหรือพาราฟิน (สำหรับรังสีนิวตรอน)

อื่น ๆ:

    • ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น เสื้อกาวน์กันรังสี
    • ใช้ระบบ interlock ในเครื่องเอกซเรย์
    • ตรวจสุขภาพและติดตามรังสีสะสมของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
    • ให้ความรู้และอบรมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับความเสี่ยงจากรังสี

New Arrivals

Shop now

Summer Trends

Shop now

Accessoires

Shop now